Top Social

รีวิว Shu uemura unlimited Foundation รองพื้นงานผิว รองพื้นหายใจได้ดียังไง


งานนี้พูดเลยว่าตกหลุมรักรองพื้นรุ่นใหม่ Shu uemura Unlimited Foundation มาก หลาย ๆ คนคงจะเห็นกันบ้างแล้ว พูดเลยว่าทั้งแพ็คเก็จที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงามและคุณสมบัติของรองพื้นรุ่นนี้ทำให้มดอดใจที่จะหยิบมาพูดถึงและรีวิวไม่ไหวเลยทีเดียว

Shu uemura unlimited Foundation เป็นรองพื้นที่ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์สาวเอเชียโดยเฉพาะ ออกมาทั้งหมด 24 เฉดสีมีตั้งแต่โทนชมพูไปจนถึงโทนเหลือง แบรนด์เคลมมาว่าเป็นรองพื้นที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา ราวกับผิวหายใจได้ พูดเลยว่างานนี้มดไม่พลาดที่จะมารีวิวให้ทุกคนได้ดูกันแน่นอนค่ะ


การเลือกสีรองพื้น
- ในการเลือกเฉดสีรองพื้นให้สังเกต เลขตัวแรกที่อยู่บนขวด เช่น 734 เลขตัวหน้าคือการบอกโทนสีถ้าเลขยิ่งสูงนั่นหมายถึงรองพื้นมีอันเดอร์โทนไปทางโทนเหลือง แต่หากเลขยิ่งน้อยอันเดอร์โทนของสีรองพื้นจะออกโทนชมพู

- การเลือกความอ่อน / เข้ม ของผิว ดูได้จากเลขตัวที่สอง เช่น 734 หากเลขยิ่งน้อยนั้นหมายความว่ารองพื้นที่เลือกสีจะเข้ม และหากเลขเยอะสีรองพื้นจะอ่อน

หวังว่าตรงนี้หลาย ๆ คนน่าจะไม่งง ถ้างงลองดูจากรูปข้างล่างจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นค่ะ



ในส่วนแรกดูกันที่แพ็คเกจก่อนเลย ขวดรองพื้นรุ่นนี้ดีไซน์ออกมาในสไตล์ที่ดูเรียบง่ายมาก ๆ มาในขวดแก้วด้าน ๆ ตัดกับฝาสีดำ ส่วนตัวชอบแพ็จเกจมาก 

Shu uemura unlimited Foundation มาในปริมาณ 35 มล. ถือว่าเป็นปริมาณที่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว


มาพร้อมกับหัวปั้มใช้งานง่าย ตรงนี้เป็นส่วนที่ดีมาก ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ใน 1 ปั้มที่ปั้มออกมาก็เป็น 1 ปั้มที่กดรองพื้นออกมาได้ในปริมาณเยอะพอสมควรพอดีกับหน้า แต่ถ้าใครหน้าเล็กก็อาจจะดูเยอะไปสำหรับ 1 ปั้ม แต่สำหรับมดบีบออกมาแล้วทาหน้าได้พอดีสุด ๆ 


เนื้อผลิตภัณฑ์ นี่คือที่สุดที่อยากจะพูดถึงมาก ๆ เนื้อรองพื้นบางเบา ปกปิดได้ปานกลางอาจจะปกปิดได้ไม่มิดในส่วนของลอยดำต่าง ๆ แต่สามารถบิ้วต์เพิ่มได้ มาพร้อมกับ SPF24PA+++ ด้วยค่ะ


ลองกับผิวให้ดูส่วนตัวมดเป็นสาวผิวเข้ม มีรอยดำที่เกิดจากสิวบ้างปะปลาย และมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ

มดใช้รองพื้น Shu uemura unlimited Foundation สี 734 เป็นสีที่เกือบจะเข้มที่สุดในรองพื้นรุ่นนี้เลยทีเดียว จากในรูปจะเห็นได้ชัดเลยว่ารองพื้นสีที่มดเลือกมาเป็นอันเดอร์โทนไปทางโทนเหลือง ปาดลงบนแก้มเป็นสีที่เข้ากับผิวมดได้พอดีมาก ๆ


เทียบให้เห็นชัด ๆ ก่อนและหลังลงผิว หลังลงรองพื้นผิวที่ได้เรียบเนียนมาก เป็นงานผิวที่สวยมากจริง ๆ พูดเลยว่าส่วนตัวชอบมาก ๆ ในส่วนของรอยดำอาจจะปิดได้ไม่มิดในส่วนนี้ถ้าใครไม่ชอบก็ใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดเพิ่มได้ เนื้อรองพื้นบางเบาสบายผิว เกลี่ยง่าย ในส่วนของการคุมมันมดถือว่า ทำได้ดีเพราะส่วนตัวเป็นคนที่ผิวมันมาก จะมีมันบ้างในช่วง T โซน แต่ที่ชอบมาก ๆ อีกอย่างคือรองพื้นไม่ตกรองและเป็นคราบในระหว่างวันเลย 

เวลาเลือกมดแนะนให้เลือกทาลงบนผิวพูดเลยว่ารองพื้นที่บีบออกมาจะดรอปลงนิดหน่อยแต่เมื่อเซทลงบนผิวและระหว่างวันไม่มีดรอปเลย


สรุปโดยรวม มดถือว่ารองพื้น Shu uemura unlimited Foundation เป็นหนึ่งในรองพื้นที่มดพูดได้เลยว่ามดชอบมาก ๆ เนื้อดีบางเบาสมคำเคลมจริง ๆ ในขึ้นแท่นเป็นรองพื้นลูกรักในตอนนี้ที่ตั้งแต่ได้มามดหยิบมาใช่บ่อยมากที่สุดในช่วงนี้เลยทีเดียว

นี่ถือเป็นรองพื้นที่เหมาะมาก ๆ กับสภาพอากาศที่ร้อน ๆ ของบ้านเรามีสีในเลือกเยอะถึง 24 เฉด ถือว่าเยอะมาก

หาซื้อได้ที่ไหน พิกัดหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ Shu uemura ราคา 1,950 บาท


ใครสนใจมดก็แนะนำให้ไปลองเล่นเนื้อที่เคาน์เตอร์ก่อนได้เลย มดหวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ ทุกคนนะคะ ใครลองแล้วชอบมาคอมเม้นท์แรกเปลี่ยนบอกกันได้น้าา

ครั้งหน้ามดจะหยิบอะไรมารีวิวให้ดูกันอีกรอติดตามชมกันได้เลย บาย...

ลิปกลอสที่วาวกว่านี้มีอีกไหม รีวิว URBAN DECAY HI-FI SHINE CUSHION LIP GLOSSES




ลิปกลอสต้องมา ช่วงนี้ลิปกลอสกลับเข้ามาอยู่ในกระแสอีกแล้วหลังจากที่ฮิตลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมทต์กันมาสักระยะหนึ่ง มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าลิปกลอสมีลักษณะยังไง ลิปกลอสคือลิปที่มีลักษณะมันวาว ถ้าสมัยก่อนจะเป็นกลอสใส ๆ ไม่ออกสีมากนักแต่เดี๋ยวนี้เท่าที่เห็นมา หลาย ๆ แบรนด์ทำลิปกลอสที่มีพิกเม้นท์สีแน่นชัดมากขึ้น แบบทาทีเดียวสีชัดและวาวไปทั้งปาก

อย่างที่มดจะหยิบมารีวิวให้ดูกันในวันนี้ลิปกลอส URBAN DECAY HI-FI SHINE CUSHION LIP GLOSSES เป็นกลอสรุ่นใหม่พึ่งออกมาได้สักพัก วันนี้มดเอามาสวอชให้ชมกันทั้งหมด 10 สีด้วยกัน แต่ละสีดีมากมีทั้งเนื้อแมทต์และเนื้อชิมเมอร์แวววาว แต่ละสีสวอชออกมาแล้วเป็นยังไงตาามมดไปชมกัน



สิ่งแรกที่อยากพูดถึงคือเรื่องของแพ็คเกจ แพ็คเกจสวยมากมาในหลอดสีเงินวาวและมีส่วนที่ใสทำให้มองเห็นเนื้อสีได้อย่างชัดเจน


เปิดเข้ามาดูในส่วนของหัวแปรง เป็นลักษณะแบนมน ๆ ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ใช้คอนโทรลเข้ากับรูปปากได้ดี


เนื้อลิปกลอสสิ่งแรกที่เปิดมาแล้วสัมผัสได้เลยคือเรื่องของกลิ่น กลิ่นหอมมากเป็นกลิ่นมิ้นต์ ๆ เย็น ๆ หอม เนื้อลื่นทาง่ายไม่เหนียวและไม่หนาจนเกินไป และเมื่อลองทาลงบนริมฝีปากจะได้ความรู้สึกเย็น ๆ เย็นปากเบา ๆ


และนี้คือสวอชสีทั้ง 10 สีที่มดสวอชลงบนแขนให้ดู จะเห็นได้ชัดเลยว่าพิกเม้นท์สีแน่นและชัดมาก เป็นลิปกลอสที่ทารอบเดียวรู้เรื่อง ส่วนสีที่เป็นสีใส ๆ จะมีชิมเมอร์เม็ดเล็ก ๆ ละเอียดผสมอยู่ด้วยทาแล้วจะได้อารมณืปากวาวแบบสามมิติเด้งออกมาเลยทีเดียวค่ะ พวกโทนสีใส ๆ ใช้ทาออนท็อปลิปสติกสีอื่นก็สวย



ความคิดเห็นส่วนตัวมดว่ามดชอบลิปกลอสรุ่นนี้นะคะ คือด้วยความที่เป็นลิปกลอสแต่ให้สีที่ชัดเจน และเป็นกลอสที่ไม่เหนียวจนผมติดปากส่วนตัวมดว่าผ่าน และชอบความรู้สึกแรกที่ทาลงบนริมฝีปากจะเย็น ๆ หอมกลิ่นมิ้นต์ ๆ เป็นความรู้สึกที่แฮปปี้ สีที่มดชอบและแนะนำว่าควรมีคือสี FIREBALL , NAKED , BESO , FUEL และ BACKTALK





หาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ URBAN DECAY ทุกสาขา ราคาแท่งละ 950 บาท

เป็นยังไงกันบ้างคะ มีสีไหนเข้าตาสาว ๆ บ้างทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนอกจากนี้ยังมีสีอีกหลายสีเลยให้สาว ๆ ได้ไปลองกัน ลองเข้าไปเล่นที่เคาน์เตอร์ URBAN DECAY นะคะ คราวหน้ามดมีอะไรจะมาอัพเดทให้ชมกันอีกรอติดตามกันไว้ได้เลย แล้วเจอกันใหม่ค่ะ บาย...


รีวิวแชมพูแก้ผมร่วง Lavenda Organic ตอบโจทย์ปัญหาผมร่วงเยอะทำยังไงดี



" ผมร่วงเยอะทำยังไงดี? "เป็นปัญหาโลกแตกมากที่คนรอบข้างตัวมดเองก็ชอบเข้ามาถาม เพราะปัญหาผมร่วงเรียกได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่มากที่สุดที่แก้ไม่หายสักที ส่วนตัวมดเองก็ลองผิดลองถูกมาก็หลายยี่ห้อหลายแบรนด์ โดยตัวมดเองก็พยายามหาสิ่งที่ใช่ที่สุดเหมาะสมกับหนังศีรษะและเส้นผมให้มากที่สุด ครั้งนี้มดตั้งเป้าหมายไว้ว่าแชมพูนั้น ต้องช่วยรักษาอาการผมร่วง บำรุงหนังศีรษะและอยากให้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เพราะว่าช่วงนี้มดอินกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิคมากๆ 

ก็ตามนั้นแหละค่ะ หาไปหามาจนได้มาสดุดกับแชมพูจากแบรนด์ Lavenda Organic ซึ่งเขาเคลมมาแรงมากว่าสินค้าของเขาเป็นสินค้าออร์แกนิค ไม่มีสารเคมี และเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ บวกกับความเป็นแชมพูออร์แกนิคที่ราคาไม่แพง

มีหรือที่เคลมมาแรงแบบนี้มดจะไม่สรรหามาลองใช้ ใจจริงหลักก็ต้องการลองเพื่อหาทางแก้ปัญหาผมร่วงนี่แหละค่ะ และงานนี้หลังจากที่ลองใช้แล้วมดไม่ลืมที่จะมาบอกต่อเพื่อน ๆ แน่นอนตามมาดูกันว่าทำไมมดถึงหยิบ Lavenda Organic Shampoo มาพูดถึง


มาดูในส่วนแรกสภาพเส้นผมของมด มดเป็นคนที่มีผมเส้นเล็กหยักโศกและมีปัญหาผมแห้ง ร่วงและชี้ฟูเอาจริงๆ ต้องยอมรับก่อนเลยว่าสภาพผมมดผ่านเคมีมาทุกรูปแบบ ทั้งยืดและทำสี เมื่อก่อนไม่เคยบำรุงหรือพิถีพิถันกับการเลือกแชมพู ไม่แปลกเลยที่สภาพผมพังมาจนถึงทุกวันนี้


แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะแก้ตอนนี้ก็ยังไม่สาย  Lavenda Organic Shampoo คือผลิตภัณฑ์ที่มดเลือกหยิบมาใช้ในวันนี้จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นค่ะ


Lavenda Organic Shampoo เป็นแชมพูออร์แกนิคที่มีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ 100% ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีซิลีโคน และไม่มีสารเคมีที่อันตรายต่อหนังศีรษะของเราด้วยค่ะ


แล้วแชมพูนี้ดีและแตกต่างจากแชมพูแบรนด์อื่นยังไง นี้คือคำถามที่ต้องตอบให้หลาย ๆ คนหายสงสัย

Lavenda Organic Shampoo ช่วยลดอาการขาดหลุดร่วงของเส้นผม รังแค ช่วยป้องกันเชื้อรา ช่วยบำรุงหนังศีรษะและกระตุ้นให้ผมงอกใหม่เร็วขึ้นมีสารสกัดหลักที่มาจากดอกลาเวนเดอร์ มีกลิ่นหอมอารมณ์กลิ่นสปา และมีส่วนผสมของสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิด เรียกได้ว่าอัดแน่น อาทิเช่น ดอกลาเวนเดอร์ ขิง มะกรูด อัญชัน ว่านหางจระเข้ รากโหระพา เป็นต้น


แพ็คเกจ มาในขวดพลาสติกหนาสีม่วงดีไซด์เรียบ ๆ ใช้ง่ายง่ายพกพาสะดวกเพราะมาในขวดฝาปั้มขนาดพอดีมือ ปริมาณ 250 มล. ราคา 590 บาท


เนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเนื้อสีขาวใส หอมมากหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ให้อารมณ์ผ่อนคลายเหมือนกลิ่นในสปา


ความรู้สึกหลังใช้ สิ่งแรกที่รู้สึกแฮปปี้ได้เลยหลังใช้แชมพูคือ กลิ่นหอมมาก ใช้แล้วแชมพูไม่ทำให้คันหนังศีรษะไม่เป็นรังแค รู้สึกได้ว่าหลังใช้ผมขาดหลุดร่วงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผมเงาขึ้น และด้วยความที่บอกว่าเป็นแชมพูออร์แกนิคตอนแรกคิดว่าฟองจะน้อยตามแบบฉบับแชมพูออร์แกนิคทั่วไปแต่ผิดคาดเพราะ Lavenda Organic Shampoo ฟองเยอะมากซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มดชอบที่สุดในบรรดาแชมพูออร์แกนิคที่ได้ลองมา หลังสระให้ความรู้สึกดีรู้สึกว่าผมไม่แห้งชี้ฟู ดูยังคงมีความชุ่มชื่นมีน้ำหนักขึ้นค่ะ


จากระยะเวลาที่ลองใน 1 อาทิตย์กว่าเกือบ 2 สัปดาห์ ผมของมดขาดหลุดร่วงน้อยลงมากและที่สังเกตเห็นได้คือเริ่มมีไร้ผมเล็ก ๆ เกิดขึ้นมาใหม่ เยอะขึ้นอันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ตอบโจทย์มดมาก ๆ ค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือ Lavenda Organic เป็นแชมพูออร์แกนิคที่ราคาไม่แพงมาก ราคาน่ารักจับต้องได้ค่ะ


เมื่อเห็นผลลัพธ์กันแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง อย่าลืมนะคะว่าปัญหาผมขาดหลุดร่วงนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กจงแก้ปัญหาให้ตรงจุดการเลือกใช้แชมพูดี ๆ ก็เช่นกัน เอาจริง ๆ ถ้าให้เลือกได้สินค้าที่เป็นออร์แกนิคเป็นหนึ่งตัวเลือกที่มดอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองหันมาใช้กัน

สำหรับแชมพู  Lavenda Organic สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ https://www.facebook.com/lavendaorganic/ 

มดหวังว่าการรีวิวในครั้งนี้ของมดจะเป็นประโยชน์อย่างมากให้กับเพื่อน ๆ ไอเทมที่มดแนะนำสามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผมร่วงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หาทางแก้ได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี อย่าปล่อยให้ผมของเราอ่อนแอจนต้องอำลาจากหนังศีรษะของเราไปอย่างถาวรนะคะ

ส่องไอเดียลุคการแต่งหน้าฉ่ำวาว Glow & Gloss ผิวฉ่ำดูสุขภาพดี



ถ้าจะให้พูดถึงเมคอัพงานผิวโกลว์ฉ่ำวาวดิวอี้ โกลว์วี่ก็ยังคงเป็นเมคอัพที่อินอยู่ตลอดกาล GLOW MAKEUP หรือที่เราเข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือผิวโกลว์ผิวฉ่ำวาว อารมณ์เหมือนผิวเปียกเบา ๆ ดูฉ่ำน้ำสุขภาพดี ดูเป็นงานผิวที่ไม่โบ๊ะมาก 

เรามักจะเห็นเมคอัพสไตล์งานผิวบ่อย ๆ บนรันเวย์ซะเป็นส่วนใหญ่และตามหนังสือแม็กซีน เน้นงานผิวดูเลื่อม ๆ เหมือนกระเบื้องเคลือบ บางก็ผิวดูเงาเหลือบ เปลือกตา หรือปากวาวๆ เท่าที่เคยรู้จากการได้เข้าไปดูเบื้องหลังการแต่งหน้าให้กับนางแบบบนรันเวย์ เคยเห็นเมคอัพอาร์ทติสเขาจะใช้กลอสใส ๆ หรือลิปกลอสเนี่ยแหละในการแต้มลงไปในจุดที่ต้องการให้ผิวมันวาว แต่แน่นอนว่าในชีวิตจริงถ้าจะเอาลิปกลอสลงบนเปลือกตาหรือทาบนแก้มกับประเทศไทยนั้นไม่สามารถทำได้จริง ๆ  


แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิวของเราจะฉ่ำโกลวไม่ได้เพราะนอกจากกลอสที่ให้เอฟเฟคผิวดูเงาวาวแล้วก็ยังมีผลิตภัณฑ์จำพวกไฮไลต์แบบครีมและแบบฝุ่นที่ทำให้ผิวดูฉ่ำได้เช่นกัน มดเองก็อินกับลุคเมคอัพแบบนี้มากก็เลยรู้สึกว่าอยากเอาภาพมาเป็นไอเดียให้กับสาว ๆ ได้ชมกัน

เอาจริง ๆ การแต่งหน้าแบบนี้ดูเป็นลุคที่ดูง่ายมาก ๆ ไม่ต้องเยอะเน้นให้ผิวดูมีความเป็นธรรมชาติ แต่ในความที่ดูเหมือนง่าย ๆ จริง ๆ ก็อาจจะไม่ง่ายอย่างที่เห็นนะคะ โดยหลักแล้วเหนือสิ่งอื่นใดก่อนการที่จะได้เมคอัพที่ดูเป็นงานผิวสิ่งสำคัญก็คือการบำรุงผิวหน้าเป็นหลักค่ะ อย่างเมคอัพบนรันเวย์ก่อนแต่งหน้านางแบบแต่ละคนจะต้องมีการนวดผิวหน้าทาครีมบำรุงผิวทำให้ผิวดูตื่นตัวก่อนที่จะแต่งหน้าด้วยค่ะ

 บางคนอาจจะนึกภาพตามไม่ออกดังนั้นมดเลยไปหาไอเดียการแต่งหน้างานผิวดิวอี้ฉ่ำวาวมาให้ดูกัน ไปดูกันว่ามีลุคไหนที่พอจะไปกับลุคและเหมาะกับสไตล์ของเราแต่ละคนได้บ้าง ตามไปส่องกันเลยยย..
















เป็นยังไงกันบ้าง แต่ละลุคถูกใจสาว ๆ กันบ้างไหม แต่ถ้าถามมดแน่นอนต้องบอกว่าชอบมากกับลุคผิวฉ่ำดูสุขภาพดีแบบนี้ ความยากของลุคประมาณนี้คือต้องเบามือในการลงผิวมาก ๆ ลองฝึกแต่งไปเรื่อย ๆ มดเชื่อว่าไม่เกินความสามารถแน่นอน ลองเอาไปแต่งตามกันดูค่ะ

REVIEW URBAN DECAY LIPSTICK HEAT METALLIZED


ต่อให้มีลิปสติกเป็นร้อยแท่งแต่ก็มีไม่กี่แท่งหรอกที่จะเป็นแท่งโปรดของเรา วันนี้มดหยิบเอาลิปสติกที่ใช้แล้วชอบในช่วงนี้มารีวิวให้ชม หลัง ๆ มาช่วงนี้เริ่มกลับมาหลงรับลิปสติกแบบแท่งอีกแล้ว และแน่นอนค่ะถ้ามดพูดว่ามดชอบอะไร มดจะไม่ลืมหยิบสิ่ง ๆ นั้นมาพูดถึงในบล็อกแน่นอน

URBAN DECAY LIPSTICK HEAT METALLIZED

วันนี้หยิบมารีวิวหนึ่งแท่งแบบฉายเดี่ยวเลยกับ URBAN DECAY LIPSTICK สี HEAT METALLIZED ลิปสติกรุ่นนี้เหมือนว่าจะอยู่ใน THE NAKED HEAT COLLECTION เป็นลิปสติกที่สีแซ่บมาก มีความแวววาวเมทัลลิคกลิตเตอร์ฉ่ำ  ๆ แต่แอบไม่แน่ใจว่าจะมีขายกันยาว ๆ หรือเป็นลิมิเตดเพราะจริง ๆ มดได้มาหลายเดือนแล้วแต่พึ่งได้มีโอกาสหยิบมาใช้ ไม่เป็นไรเอาเป็นว่ามันสวยมากจนมดอยากหยิบมาปาดไว้ให้สาว ๆ ได้ดูเล่น ๆ กัน 


แพ็จเกจ เห็นแค่ปลอกก็ว่าแซ่บแล้ว ปลอกเป็นสีโรสโกลด์เมทัลลิค ตัดกับสีทอง แพ็คเกจไม่กิ๊กก๊อกมีน้ำหนักพอประมาณ


URBAN DECAY LIPSTICK สี HEAT METALLIZED เป็นสีออกไปทางโทนแดงและมีกลิตเตอร์สีทองเป็นกลิตเตอร์เล็ก ๆ อัดแน่น ๆ มาเต็ม ๆ แท่ง เวลาทาลงบนปากทำให้ปากดูฉ่ำ


เนื้อลิปสติก ในส่วนของเนื้อลิป ลิปมีความมันวาวให้อารมณ์คล้ายทาลิปกลอส แต่ไม่เยิ้มและไม่เหนียวเหมือนทาลิปกลอส เนื้อลิปเบาสบายปากทาง่ายและได้สีที่ชัดเจน



มาพูดถึงในส่วนความรู้สึกโดยร่วม ส่วนตัวมดรู้สึกชอบลิปรุ่นนี้และสีนี้ของ URBAN DECAY มากด้วยความที่เนื้อลิปมีความนุ่มลื่น ทาง่าย พิกเมนท์สีแน่น และกลิตเตอร์ที่มาในแท่งเมื่อทาลงบนปากแล้วติดออกมาบนปากชัดเจน ทาแล้วขับสีผิวมาก ในเรื่องความติดทนมดถือว่าติดทนในระดับหนึ่ง แต่ทานข้าวก็อาจจะมีหลุดบ้างเล็กน้อยซึ่งเป็นปกติค่ะ


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สาวนตัวมดเองก็พึ่งเคยลองลิปสติกของ URBAN DECAY ที่เป็นแบบแท่งครั้งแรก เอาจริง ๆ แอบรู้สึกประทับใจเนื้อลิปมาก แต่อย่างที่ได้บอกไปว่า มดไม่แน่ใจว่าสีนี้เป็นลิปรุ่นลิมิเตดรึเปล่าดังนั้นหากสาว ๆ ตามไปหาที่เคาน์เตอร์ถ้าไม่มีก็ลองหาสีอื่นรุ่นอื่นมาแทนก็ได้ค่ะ



ลองดูนะคะ มดว่า URBAN DECAY ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำลิปสติกออกมาได้ดีไม่แพ้กับอายแชโดว์ที่ทำออกมาแล้วโด่งดังเลย มดหวังว่าสาว ๆ จะชอบไว้เจอกันใหม่ค่ะ บาย...