Top Social

รีวิว Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder สี Translucent Honey แป้งฝุ่นคุมมัน


ไม่หยิบมารีวิวไม่ได้เลยสำหรับเจ้า Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder สี Translucent Honey กระปุกนี้ ถ้าให้พูดถึงแป้งฝุ่นที่ชอบและใช้มาตลอดก็คงต้องยกให้ Laura Mercier เป็นแบรนด์แรกๆ เลยที่นึกถึงและหลายคนพูดถึงกันมาโดยตลอดว่าเป็นแป้งฝุ่นที่บางเบาและคุมมัน จนยกให้ Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder เป็นแป้งที่ขึ้นแท่นหนึ่งใน Favorite แป้งที่ใช้แล้วชอบ


ล่าสุดเค้าออกเฉดสีใหม่ที่เอาสาวๆ โทนผิวเหลือง Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder สี Translucent Honey โทนสีของแป้งเรียกได้ว่าออกมาเพื่อเอาใจคนผิวกลางๆ ผิวเหลืองโดยเฉพาะเลยทีเดียว

Laura Mercier Translucent Honey เนิ้อแป้งสีเหลืองนวลเนื้อเนียนละเอียด บางเบา ตามแบบฉบับของ Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder 

เดิมที Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder มีสองสีที่ออกมาก่อนหน้านี้คือ Translucent และ Translucent Midium Deep และสีใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมา Translucent Honey เป็นสีกลางๆ ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผิวโทนวอร์ม
สวอชให้ดูความต่างของทั้ง 3 สี
Translucent แป้งฝุ่นโปร่งแสงเหมาะกับทุกสีผิวใช้ได้ทุกคน
Translucent Honey ออกโทนสีเหลืองนวล ปัดแล้วได้ผิวที่ดูนวลซอฟท์ๆ เหมาะกับโทนผิวกลางโทนอุ่น
Translucent Midium Deep แป้งโทนสีเข้ม เหมาะกับโทนผิวปานกลางไปถึงผิวเข้มหรือนำมาทำเป็นเฉดดิ้งได้

ทั้ง 3 เนื้อเป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงเกลี่ยง่ายมีส่วนผสมของ Soft Focus Flex Powders ผงแป้งบดละเอียดไม่สะท้อนแสง ไม่อุดตัน คุมมันและเกลี่ยง่าย
หลังลองใช้ Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder สี Translucent Honey เซตผิวหลังแต่งหน้าผลที่ได้คือรู้สึกได้เลยว่าตัวแป้งช่วยทำให้ผิวดูซอฟท์ ดูผิวเบลอ ๆ ละมุนมาก เอาไว้เซตใต้ตาก็ช่วยให้ในตาดูสว่างขึ้น และถ้าแต่งหน้าแบบมือหนักเกินไปก็สามารถใช้แป้งสี Translucent Honey ไว้เบรคและเซตให้สีดูซอฟท์ลงได้ด้วย

เป็นแป้งที่อเนกประสงค์มาก ๆ เอาจริง ๆ หลังจากลองใช้ส่วนตัวมดแอบชอบ Translucent Honey มากกว่าสี Translucent อีก เหมือนสีนี้เกิดมาเพื่อเรา ใครที่มีสีผิวโทนกลาง ๆ ไปจนถึงผิวแทนมดว่าสีนี้เหมาะมาก ๆ


ราคา 1,690 บาท 
มีวางขายที่เคาน์เตอร์ทุกสาขาหรือสั่งออนไลน์ได้ที่ www.sephora.co.th และ www.centralonline.co.th 

ใครที่กำลังตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ลองไปเล่นที่เคาน์เตอร์ดูก่อนได้เลย
ถ้าต้องให้คะแนน Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder สี Translucent Honey สำหรับมด มดต้องให้เต็ม 10 ไม่หักเลย อย่างที่บอกเลยว่าชอบจริง ๆ เหมือนป้าลอร่าเค้าคิดมาเพื่อเราจริง ๆ ถูกใจมากค่ะ 

ครั้งหน้ามดจะหยิบอะไรมารีวิวให้ชมกันอีกรอติดตามได้เลยวันนี้ไปก่อนแล้วค่าา


ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ครั้งแรกที่ Masterpiece Hospital เจ็บไหม



ผู้หญิงอย่าหยุดสวย คำที่อยู่ในหัวตลอดเวลายุคนี้ใคร ๆ ก็อยากสวยกันทั้งนั้นและมดเองก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่อยากสวยตลอดเวลาเช่นกัน แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าเป็นคนขี้กลัวมาก ๆ กลัวเจ็บ แต่ก็ยังอยากสวยและต้องการความสวยที่ปลอดภัยไว้ใจมากพอที่จะเลือกทำสวยด้วยค่ะ

ครั้งนี้มดเลือกไปที่ Masterpiece Hospital เพราะที่นี้เป็นโรงพยาบาลศัลกรรมที่ใหญ่และครบวงจรมาก ๆ เข้าไปยังแอบรู้สึุกตกใจกับความใหญ่ของที่นี่มากมีแยกออกเป็นหลายส่วน  ส่วนตัวมดไปในส่วนของ Skin Master By Master Piece Hospital ส่วนนี้จะเป็นส่วนของการดูแลผิว เลเซอร์ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ต่าง ๆ ค่ะ


นั่งรอจนถึงคิวตื่นเต้นมาก ๆ หลังจากนั้นก็เข้าห้องตรวจเพื่อปรึกษาคุณหมอว่าเรามีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขบ้าง และเรามีปัญหาจุดไหนบ้างที่เราอยากทำ หลังบอกความต้องการเสร็จ บอกเลยว่าคุณหมอที่นี่แนะนำดีมาก เค้าจะแนะนำว่าเราเหมาะสมที่จะทำอะไรหรือไม่จำเป็นต้องทำอะไร แค่ไหนถึงจะสวยไม่ยัดเยียดหรือตามใจเราจนเกินพอดีไป


อย่างมดเอง มดต้องการให้หน้ามีความชัดมากขึ้นอยากมีกรอบหน้าตอนแรกอยากไปทำ Hifu แต่คุณหมอแนะนำว่าแค่ฉีดโบท็อกซ์และเพิ่มฟิลเลอร์คางก็ทำให้หน้าดูสวยขึ้นแล้ว

และคุณหมอยังแนะนำต่ออีกว่าเดิมทีมดเป็นคนที่มีคางสั้นมากคางบุ๋มด้วนการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยทำให้หน้าดูยาวสมส่วนดูเต็มขึ้นแค่มีคางคือสวยเลย ดังนั้นเราจะไม่ขัดใจหมอลองฟิลเลอร์คางครั้งแรกในชีวิตไปเลยจ้าาา



มดเลือกใช้ Filler Neuramis เป็นฟิลเลอร์น้องใหม่ที่มาจากประเทศเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Medytox เป็นบริษัทเดียวกับบริษัทที่ผลิต Botox แบรนด์ Neuronox โบท็อกซ์ชื่อดังที่ขายในหลายประเทศที่เรารู้จักกันนั่นเอง

คุณหมอใช้ Neuramis Deep มั่นใจได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ตัวนี้จะไม่มียาชาในหลอดคุณหมอบอกว่าตอนฉีดอาจจะรู้สึกเจ็บแสบนิด ๆ แต่กล้าพูดได้เลยว่าตอนคุณหมอฉีดมดแทบไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะคุณหมอมือเบามากรู้สึกแค่ว่าเหมือนมีอะไรฉึดเข้าไปแค่นั้น คือไม่เจ็บเลยชิลจนหยิบมือถือมาถ่ายสตอรี่ไอจีได้แบบไม่กลัวเลย คุณหมอฉีดให้ 1 CC

การดูแล คุณหมอแนะนำหลังฉีดให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ฟิลเลอร์จะได้อยู่ได้นานขึ้น เลี่ยงการออกกำลังกาย และการอบซาวน์หน้าในช่วงแรก ๆ หลังฉีด



ข้ามผ่านความกลัวมาได้แบบชิลมาก ๆ ต่อด้วย  Botox มดเลือกโบท็อกซ์ของ Neuronox โบท็อกซ์ตัวดังที่หลาย ๆ คนน่าจะรู็จักคุ้นเคยเป็นของเกาหลีฉีดเพื่อลดกรามทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 40 ยูนิต

Neuronox โบท็อกซ์ชนิดนี้เหมาะกับการฉีดที่กล้ามเนื้อโดยตรง เห็นผลชัดอยู่ได้นาน 

ความกลัวถัดมาคือ "ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะยิ้มแข็งไหม" โดยปกติฉีดโบท็อกซ์แล้วอาจจะมีโอกาสที่ทำให้การยิ้มดูแข็ง แต่โดยส่วนตัวที่คุณหมอฉีดให้มด ต้องบอกเลยว่าคุณหมอเชี่ยวชาญมากอันนี้ให้คะแนนส่วนตัวเองเลยเพราะผลที่มดฉีดออกมาหลังจากที่โบท็อกซ์เริ่มทำงาน คือไม่โป๊ะเพื่อนจับไม่ได้ ยิ้มเป็นธรรมชาติไม่แข็งค่ะ


ผลหลังฉีดทั้ง Filler ที่คางและ Botox ที่กรามเสร็จในทันที โบท็อกซ์อาจยังไม่เห็นผลเท่าไหร่ต้องรอ 1 อาทิตย์ แต่ฟิลเลอร์คือเห็นได้ชัดมากว่าฉีดแล้วมีคางเลยหน้าดูมีเชปขึ้นมาก ๆ รอยบุ๋มที่คางหายไปเลยส่วนตัวคือชอบมาก ๆ คือถ้าใครอยากสวยแบบเห็นผลเร็วต้องฟิลเลอร์เท่านั้นจริง ๆ ค่ะ


ผลหลัง 3 อาทิตย์ หน้าเข้าที่มาก ๆ กรามลดลงรับกับคางมาก ๆ จากเดิมที่เป็นผู้หญิงที่หน้าสั้นไม่มีคางเลย พอมีคางแล้วมีความสุขมากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นมาก ๆ 


ราคาความสวยในครั้งนี้ 
ช่วงนี้ทาง Masterpiece Hospital มีโปรโมชั่นที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนความสวยมาก ๆ ในเคสของมดราคา

-  Neuramis Filler 1 CC ราคา 6,900 บาท จากราคาเต็ม 8,900 บาท
- Neuronox ฺBotox 80 unit ราคายูนิตละ 89 บาทจากราคาปกติ ยูนิตละ 120 บาท ตกประมาณ 7 พันนิดๆ

รวม ๆ ทั้ง 2 อย่างที่ทำไปก็ตกประมาณ หมื่นหกหมื่นเจ็ด ซึ่งคุ้มค่ามาก ๆ เพราะถือว่าราคาไม่แพงเลยค่ะและก็ยังมั่นใจได้ว่าที่นี่ปลอดภัยแน่นอน มดเก็บภาพบรรยากาศเป็นวีดีโอไว้ด้วยถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงลองเข้าไปดูกันได้ในคลิปนี้เลย


ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/SkinMaster.Thailand/

หวังว่าทุกคนคงจะชอบกันนะคะ ครั้งหน้ามดจะพาไปทำสวยที่ไหนกันอีกรอติดตามชมกันได้เลย

Cosluxe eye&lip makeup remover waterproof เช็ดปุ๊ปบำรุงปั๊ป


เพราะเราต้องแต่งหน้าทุกวันเรื่องการทำความสะอาดผิวหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในการดูแลผิวเพื่อให้ผิวของอยู่กับเราไปได้นาน ๆ วันนี้มดมีหนึ่งไอเท็มที่อยากมาแนะนำสำหรับคนที่รักผิว

Cosluxe eye&lip makeup remover waterproof 

แค่ได้ยินชื่อว่าเป็นแบรนด์ Cosluxe ก็รู้เลยว่าต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ เพราะเจ้าเมคอัพรีมูฟเวอร์ขวดนี้เค้าบอกมาว่า "เช็ดปุ๊ปบำรุงปั๊ป" ต้องบอกเลย ว่ามดยกให้เป็นหนึ่งในเมคอัฟรีมูฟเวอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะนอกจากเป็นเมคอัพรีมูฟเวอร์ลบเครื่องสำอางยังช่วยบำรุงผิวไปในตัวด้วยเป็นหนึ่งสิ่งที่ยังไม่ค่อยเจอในแบรนด์ไหน 


Cosluxe eye&lip makeup remover waterproof 
 ขวดนี้เนื้อเป็นน้ำแยกชั้นระหว่างน้ำกับน้ำมัน ซึ่งตัวน้ำมันเป็นโมเลกุลน้ำมันขนาดเล็กช่วยทำให้ล้างเมคอัพที่กันน้ำออกได้สะอาดหมดจดมากยิ่งขึ้น 


เวลาใช้ให้เขย่าแล้วเทลงบนสำลี มดใช้คู่กับสำลี Rii no.26 สำลีของ Rii ก็เป็นอีกหนึ่งในแบรนด์สำลีที่มดอยากแนะนำมาก ๆ ส่วนตัวใช้สำลีแทบทุกรุ่นของเค้าเลย และตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่นแถมมากับ Cosluxe eye&lip makeup remover 

ด้วยบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ใช้คู่กันแล้วลงตัวมาก ๆ เพราะเนื้อสำลีไม่กินเนื้อเมคอัพรีมูฟเวอร์ เทออกมานิดเดียวกระจายเนื้อผลิตภัณฑ์ทั่วแผ่นและที่สำคัญไม่ยุ่ยง่ายอีกด้วยค่ะ


เมคอัพรีมูฟเวอร์ขวดนี้สามารถล้างเครื่องสำอางที่กันน้ำได้ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวอ่อนโยนต่อผิวไม่มีแอลกอฮอล์ ใช้เช็ดรอบดวงตาได้ไม่แสบตา มีส่วนผสมของมิเนอรัลออยล์ให้ความชุ่มชื่นกับผิวเช็ดแล้วไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน


มดลองเทสด้วยเครื่องสำอางที่ว่า Waterproof กันน้ำแบบสุด ๆ ให้ดูต้องบอกเลยว่าขวดนี้เอาอยู่นะจ๊ะ จะเห็นได้ชัดเลยว่า เช็ดออกเกลี้ยงเลยทีเดียว

วิธีการใช้ ก็แค่เขย่าให้ส่วนของน้ำและออยล์ผสมกัน เทลงบนสำลีวางไว้บนริมฝีปากและดวงตาประมาณ 5-10 วิแล้วค่อย ๆ ปาดออกแค่นี้เครื่องสำอางก็หลุดแล้วค่ะ


ความรู้สึกหลังใช้ เปรียบเทียบให้ดู ระหว่าง ก่อนและหลัง จะเห็นได้ชัดเลยว่า Cosluxe eye&lip makeup remover ขวดนี้สามารถลบเครื่องสำอางที่กันน้ำออกได้สะอาดหมดจดมาก มาสคาร่าที่กันน้ำออกเกลี้ยงเลย ไม่แสบตาและที่มดชอบมาก ๆ คือหลังเช็ดออกแล้วเมคอัพรีมูฟเวอร์ไม่ทำให้ผิวแห้งรู้สึกได้เลยว่าผิวยังคงความชุ่มชื้นอยู่ เช็ดทั้งหน้าคู่กับสำลีของ Rii on26 ก็ใช้สำลีหน้าหลังแค่ 2-3 แผ่นเท่านั้นประหยัดมาก ๆ แถมเช็ดสะอาดด้วยไม่ต้องออกแรงถูมากให้ผิวรู้สึกระคายเคือง


อยากให้ทุกคนได้ลองมาก ๆ เป็นหนึ่งในเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวช่วงนี้มีโปรโมชั่นซื้อ Remover แถมสำลี Rii ใน
ราคา 199 บาท จากราคาปกติ 220 บาทด้วยเป็นโปรโมชั่นที่คุ้มมาก ๆ 


หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง? 
พุ่งตัวไปที่ EVEANDBOY , Beautrium , Watsons หรือร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้เลยค่ะ

อยากมีผิวที่สวยก็ต้องดูแลการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเราก็เป็นสิ่งสำคัญมาก อยากให้สาว ๆ ได้เผยผิวในแบบที่ควรจะเป็นได้เผยหน้าสดมาอวดกันใครที่ลองเผยผิวมาร่วมกันใส่แฮชแท็ก #เปลือยหน้าchallenge #Cosluxe กัน หน้าสดไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดบางเวลาผิวก็ต้องการพักบ้าง



มดหวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนได้ไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจกัน
ครั้งหน้ามดมีอะไรดี ๆ จะหยิบมารีวิวให้ชมกันอีกรอติดตามได้เลยค่ะ

รีวิว Biotherm life plankton Day&Night ampoule สูตรฟื้นฟูผิวฉบับเร่งด่วน


สาวก Biotherm มาทางนี้เลยนี่คือหนึ่งในสิ่งที่คนรักผิวห้ามพลาด Biotherm life plankton day&night ampoule โดยสกินแคร์ไลน์ใหม่ล่าสุดของ Life Plankton นี้เค้าจะมาช่วยมาฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วนให้กับเรา บำรุงแบบล้ำลึกทั้งกลางวัน-กลางคืน เติมเต็มริ้วรอย ช่วยให้ผิวแข็งแรงแและคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวให้ผิวของเราเด้งฟูดูอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้นค่ะ

เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วมากสำหรับ day&night ampoule 2 ขวดนี้ คุณสมบัติมาแบบอัดแน่นมาก ๆ เดิมที Biotherm คือแบรนด์โปรดแบรนด์ลูกรักของมดอยู่แล้ว ตามมาดูกันว่าแอมพูล 2 ขวดนี้ ดียังไงทำไมหลังจากที่มดลองใช้มาสักพักแล้วถึงชอบ? มาหาคำตอบกัน


แต่ต้องบอกเลยว่าถ้าคนที่เคนใช้ผลิตภัณฑ์ของ Biotherm จะรู้เลยว่าผิวเด้งผิวฟูผิวอิ่มน้ำ



Biotherm life plankton day&night ampoule ในหนี่งกล่องเค้าจะมาคู่กัน 2 ขวดสำหรับใช้กลางวันและกลางคืน แพ็คเกจเป็นขวดแก้ว 

วิธีการใช้ ของทั้งสองขวดนี้แนะนำให้เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง ลงบนผิวที่สะอาดลงโทนเนอร์แล้วลง Biotherm life plankton ampoule ทาลงบนผิวเบา ๆ 


ในส่วนเนื้อสัมผัสของ Day ampoule และ Night ampoule จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันมองด้วยตาอาจจะเห็นไม่ชัดเจนมากนักแต่ถ้าได้ลองสัมผัสเนื้อจริง ๆ จะเห็นความต่างได้ชัดเจนมาก 

เรามาเริ่มกันที่ตัวแรก Biotherm life plankton Day ampoule


Biotherm life plankton Day ampoule 

สังเกตได้จากขวดง่าย ๆ เลยคือเค้าจะมีทรงขวดเป็นลักษณะทรงแหลมเรียวคล้ายหัวปากกา ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน

วิธีการใช้ ให้จับขวดในลักษณะคว่ำลงจับคล้ายการจับปากกา ก็สามารถบีบเนื้อเซรั่มออกมาได้เลย ด้วยความที่เป็นหัวเรียวแหลมทรงนี้ ทำให้เราสะดวกในการหยดเซรั่มลงในบริเว้นร่องริ้วรอยได้ง่ายขึ้นด้วย


Biotherm life plankton Day ampoule เนื้อสัมผัสจะมีความบางเบาสบายผิวเกลี่ยง่ายมากสังเกตความเหลวได้จากในรูป ทาแล้วซึมไปกับผิวเลยไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว ไม่เป็นคราบลงบนผิวแล้วสามารถแต่งหน้าต่อได้เลย 


Biotherm life plankton Night ampoule

ไว้ใช้สำหรับตอนกลางคืนเท่านั้นขวดนี้จะมีลักษณะเป็นหัวดรอป ใช้งานง่ายเช่นกัน วิธีการใช้ก็บีบหัวดรอปเปอร์ก็จะได้เนื้อเซรั่มขึ้นมาก็บีบออกมาใช้ได้เลย


Biotherm life plankton night ampoule สัมผัสแรกที่รู้สึกได้เลยคือเนื้อจะมีความเข้มข้นและเหนียวมากกว่า Day ampoule แต่จะให้ฟิลลิ้งเหมือนมีอะไรมาเคลือบผิวเบา ๆ ส่วนตัวรู้สึกชอบเนื้อที่มีความเข้มข้นแต่เมื่อทาไปกับผิวแล้วผิวจะมีความหนึบๆ แต่ไม่ทำให้เหนียวจนรู้สึกเหนอะหนะ เนื้อจะมีความชุ่มชื้นมากไม่ทำให้หน้ามันหรือหนักหน้าเลย ทาตอนกลางคืนตื่นมาคือผิวฟูมาก ให้ความรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นยันเช้าเลยทีเดียว


หลังจากที่ลองใช้มาได้สักระยะหนึ่งบอกเลยว่าเทให้เกือบทั้งหมดให้กับเจ้า Biotherm life plankton day&night ampoule 2 ขวดนี้มากจากเดิมที่เคยหลงรักเจ้าตัวน้ำตบ Biotherm life plankton essence อยู่แล้วเอามาใช้ร่วมกันคือ 10/10/10 ไปเลย ในเรื่องของริ้วรอยอาจจะต้องดูกันยาวอีกสักหน่อย 

แต่ในเรื่องของความชุ่มชื้นผิวอิ่มน้ำต้องยกให้เค้าเลย วันไหนที่รู้สึกว่าผิวล้ามาก ๆ มาใช้ Day&night ampoule ช่วยบูทผิวแล้วเห็นผลได้ชัดเจนมากว่าผิวดีขึ้นแบบรู้สึกได้ชัดมากๆ เลยทำให้ผิวแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นเพราะผิวแข็งแรงสุขภาพดีดูอิ่มน้ำไม่แห้ง ส่วนตัวพูดเลยว่าชอบมาก ๆ


ที่เห็นขนาดว่าขวดดูเล็กสำหรับมดถือว่าใช้ได้นานพอสมควรเลย
ราคาเซ็ทนี้ 2,200 บาท มีขายที่เคาน์เตอร์ Biotherm

ถามว่าคุ้มไหมกับการลงทุน ตอบให้เลยว่าคุ้มมากใครที่เป็นหนึ่งในสาวก life plankton แบบมดบอกเลยว่าไม่ควรพลาดที่จะลอง ต้องยกให้เค้าจริง ๆ ที่ผ่านมามดกล้าคอนเฟิร์มให้เลยว่าผิวของมดแข็งแรงขึ้นเพราะ  Biotherm life plankton อยากให้ทุกคนได้ลองค่าา

ครั้งหน้ามดจะมีอะไรหยิบมารีวิวให้ชมกันอีกรอดูกันได้เลย วันนี้ไปแล้วค่ะ บายยยย..

รีวิว Fresh Sugar Lip Caramel ไอเทมเด็ดลิปบาล์มตัวช่วยบำรุงปากให้นุ่มชุ่มชื้น


ลิปบาล์มยี่ห้อไหนดี เป็นคำถามยอดฮิตติดลมบนการดูแลริมฝีปากเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ลิปบาล์มคือหนึ่งในสกินแคร์ที่ต้องให้ความสำคัญเพราะในทุก ๆ วันเราต้องทาลิปสติก ทาบ่อยก็ยิ่งต้องบำรุงเพื่อให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี วันนี้มดจึงหยิบเอาลิปบาล์มดี ๆ ที่มดใช้แล้วชอบมารีวิวให้ชมกันค่ะ

Fresh Sugar Lip Caramel แค่เห็นชื่อก็รู้สึกอยากหยิบมาทาปากแล้ว ชูการ์ ลิป ราคาเมล ไฮเดรติ้ง บาล์ม เค้าเคลมมาว่าเป็นลิปตัวช่วยฟื้นฟูและบำรุงริมฝีปากให้เรียบเนียน นุ่ม ดูสุขภาพดีมอบความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของเรา ป้องกันริมฝีปากไม่ให้เกิดความแห้งกร้าน และก็มีกลิ่นคาราเมลหอมหวานด้วย แค่ได้ยินคำเคลมพูดเลยว่าแอบเทใจให้ไปเลย มาดูกันว่าทำไมมดถึงหลงรักลิปบาล์ม Fresh Sugar Lip Caramel ได้ขนาดนี้


ให้ดูในส่วนของแพ็คเกจกันก่อน แพ็คเกจมาในกระปุกสีน้ำตาลน่ารักมากดูมินิมอลง่าย ๆ


ส่วนประกอบสำคัญที่อัดแน่นมาในลิปกระปุกนี้ คือน้ำตาล เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปาก และนอกจากนั้นก็มีสารสกัดที่ได้จากน้ำมันสกัดจากแอพริคอท น้ำมันสกัดจากเมล็ดแบล็กเคอแรนท์ น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นและวิตามินอี ช่วยปลอบประโลมริมฝีปาก เรียกได้ว่าสารสกัดต่าง ๆ ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นอันมาแน่นมาก ๆ ในกระปุกนี้


เนื้อลิปเป็นเนื้อบาล์มสีน้ำตาลเนียนนุ่มเนื้อละเอียดมาก หอมกลิ่นคาราเมลมากกลิ่นเหมือนขนมเลย



วิธีการใช้ ใช้นิ้ววน ๆ เนื้อลิปจะค่อย ๆ ละลายหลังจากนั้นก็เอามาทาลงที่ริมฝีปากได้เลย ใช้ลงบนริมฝีปากก่อนลงลิปสติกหรือใช้ทาระหว่างวันในช่วงที่ปากแห้งก็ได้ค่ะ


ลิปบาล์มสามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพราะไม่มีสี หลังใช้มาได้สักพักรู้สึกได้เลยว่าปากที่เคยแห้งเป็นขุย นุ่มขึ้นและไม่แห้งลอกเป็นแผ่น ๆ อีกเลย ช่วงไหนที่รู้สึกว่าปากแห้งมาก ๆ หยิบขึ้นมาทาปากจะนุ่มและชุ่มชื้นขึ้นแบบรู้สึกได้ชัดเลย ส่วนตัวชอบมาก ๆ กลิ่นหอมน่ากินด้วย เป็นไอเท็มที่อยากให้ทุกคนไปลอง



สถานที่จัดจำหน่าย สามารถหาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์ FRESH และที่ SEPHORA ทุกสาขาค่ะ

อยากให้ทุกคนได้ไปลองนี่เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่มดแนะนำมาก ๆ ถ้าใครกำลังมองหาลิปบาล์มดี ๆ ไว้ใช้ Fresh Sugar Lip Caramel คือหนึ่งในไอเท็มที่มดแนะนำเลยค่ะ มดหวังว่าทุกคนจะชอบครั้งหน้ามดมีอะไรมารีวิวให้ชมกันอีกรอติดตามชมกันได้เลย

รีวิว BK ACNE EXPERT BRIGHT ตัวช่วยลดรอยสิวไล่ฝ้าและกระบนผิวหน้า



เชื่อได้ว่าเรื่องรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ คือเรื่องใหญ่มากสำหรับทุกคน วันนี้มดมีไอเทมเด็ดมาแนะนำ BK ACNE EXPERT BRIGHT บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในไอเทมที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์คนที่มีปัญหาผิวและเป็นตัวช่วยเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผิวของเรา

BK ACNE EXPERT BRIGHT เหมาะมาก ๆ กับคนที่มีปัญหารอยแดงรอยดำจากสิว ฝ้า และกระนอกจากนั้นยังช่วยฟื้นฟูผิวของเราให้ชุ่มชื้น ไม่ก่อให้เกิดสิวใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย


คุณสมบัติตอบโจทย์เรามากเพราะในแต่ละวันเราต้องเจอกับแสงแดดและมลภาวะต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดสิวฝ้าและกระ นี่คือหนึ่งเหตุผลที่มดไม่รอช้าต้องหยิบ BK ACNE EXPERT BRIGHT มารีวิวให้ชมกัน ใครมีปัญหาแบบเดียวกันตามมดมาเลย

BK ACNE EXPERT BRIGHT ที่มดหยิบมารีวิวเป็นแบบหลอดไซส์ใหญ่มาในทรงหัวปั้มใช้งานสะดวก



ส่วนผสม BK ACNE EXPERT BRIGHT มีส่วนผสมของสารสกัดที่มาจากใบบัวบก ช่วยให้ไม่ก่อให้เกิดสิวใหม่ มีสารสกัดจากไทม์ป่าและ Vit.C ที่ช่วยให้หน้ากระจ่างใส สารสกัดจากเปลือกต้นสนช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ มี Symwhite ที่ช่วยลดฝ้า-กระได้ถึง 43% ซึ่งมีผลวิจัยรับรองด้วย ที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของพาราเบน น้ำหอม แอลกอฮอล์ และพวกอนุพันธ์ของวิตามินเอ อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย คนท้องก็ใช้ได้ แล้วเค้าผ่านการทดสอบ Dermatologist Tested ด้วยค่ะ




เนื้อครีม เป็นเนื้อเอสเซ้นส์สีขาวขุ่น เนื้อครีมเข้มข้นแต่เนื้อสัมผัสที่ลงบนผิวบางเบาและซึมเข้าผิวได้ไวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ คนที่ผิวมันไม่ต้องกลัวอุดตันเลยเพราะเนื้อครีมบางเบาไม่หนักหนาทาแล้วสบายผิว


วิธีการใช้ มดใช้ทาเช้าเย็นปาดลงไปบนผิวแล้วค่อย ๆ ใช้นิ้วเกลี่ยให้เนื้อครีมค่อย ๆ ซึมลงไปทั่วผิวหน้า


หลังใช้สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเลยคือผิวชุ่มชื้นขึ้นมาก ผิวดูไบร์ทขึ้นในส่วนของรอยฝ้าจุดด่างดำต่าง ๆ จะค่อย ๆ จางลงในส่วนนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย เนื้อครีมซึมเข้าผิวได้ไวมากส่วนตัวมดเป็นคนผิวมัน ไม่รู้สึกหนักผิวหน้าเลย เนื้อครีมไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มด้วย


โดยรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสกินแคร์ที่มดแนะนำอยากให้คนที่มีปัญหารอยสิว ฝ้า กระได้ลองเพราะเป็นทั้งตัวช่วยในการรักษาและยังบำรุงไปด้วยในตัว ที่สำคัญราคาไม่แพง

แบบหลอดขนาด 30 กรัม ราคา 389 บาท หาซื้อได้ที่ Watsons , Konvy และ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
แต่ถ้าใครอยากลองก่อนก็สามารถหาซื้อแบบซองขนาด 4 กรัม -ราคา 49 บาท มาลองใช้ก่อนก็ได้ แบบซองหาซื้อได้ที่ 7-11


ใครที่มีปัญหารอยสิว ฝ้า กระ อยากมีผิวหน้าที่เรียบเนียนสว่างกระจ่างใส BK ACNE EXPERT BRIGHT ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่แนะนำให้ไปลอง หาซื้อง่ายและราคาไม่แพง ใครที่มีปัญหาผิวแบบเดียวกับมดก็ไปลองหามาใช้กันดูนะคะ

ผิวหน้าคือสิ่งที่สำคัญมากอย่าละเลยหรือลืมที่จะบำรุงและปกป้องผิวของเรากันด้วยนะคะครั้งหน้ามดมีอะไรจะจะหยิบมารีวิวให้ชมกันอีกรอดูกันได้เลยวันนี้ไปแล้ว บายยย...

รีวิว Rose Whitening and Hydrating Gel ไอเท็มเด็ดถูกและดีใน 7-11


การบำรุงผิวหน้าในทุก ๆ วันถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ยิ่งช่วงนี้มลภาวะอากาศบ้านเราทั้งร้อนทั้งฝุ่นสาระพัดที่ผิวหน้าต้องเจอ วันนี้มดเลยอยากหยิบสิ่งนี้มาบอกต่อ เป็นสกินแคร์อีกหนึ่งไอเท็มที่เรียกได้ว่าเป็นของถูกและดีให้กับคนที่รักการดูแลผิวหน้าได้ฟังกันและยิ่งถ้าชอบอะไรที่เป็นกลิ่นกุหลาบด้วยแล้วรีบตามมาทางนี้เลย บอกเลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงแถมอ่อนโยนต่อผิวของเราด้วย

Rose Whitening and Hydrating Gel เจลกุหลาบออร่า เห็นซองก็พอจะรู้คร่าว ๆ แล้วว่าต้องมีสารสกัดที่มาจากดอกกุหลาบแน่นอน แต่เป็นดอกกุหลาบที่ไม่ธรรมดานะคะ เพราะสารสกัดที่อยู่ในซองนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากน้ำกุหลาบออแกนิคจากบัลแกเรียเลยทีเดียว ช่วยเติมน้ำให้กับผิว ทำให้ผิวของเราสว่างกระจ่างใส และช่วยทำให้รอยดำ รอยแดง รอยสิวดูจางลง


และยังมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่อัดมาแน่นมาก ๆ  อย่าง Aloe Vara ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น Collagen ช่วยให้ผิวแข็งแรง สารสกัดจากข้าวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สารสกัดจากใบบัวบกช่วยลดรอยดำรอยสิวต่าง ๆ  และอีกมากมายที่เรียกได้ว่าอัดแน่น มั่นใจได้ว่าเป็นออแกนิค ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แอลกอฮอลล์คนที่ผิวบอบบางก็สามารถใช้ได้ด้วยค่ะ


มาในส่วนของแพ็คเกจ เจลกุหลาบออร่ารุ่นนี้มาเป็นแบบซองใช้งานง่ายเพราะมีฝาเปิดปิด ข้อดีของการมาเป็นแบบซฮงที่มดชอบมาก ๆ คือพกง่ายยิ่งเวลาไปต่างจังหวัดประหยัดพื้นที่และน้ำหนักลงไปเยอะเลย


พูดมาขนาดนี้แล้วมาดูเนื้อผลิตภัณฑ์ข้างในกันเลยดีกว่า เป็นเนื้อเจลใส ๆ ทาแล้วซึมไปกับผิวเลยเนื้อบางเบาและเกลี่ยง่ายมาก มีกลิ่นหอมของกุหลาบบัลแกเรียอ่อน ๆ ด้วยค่ะ


วิธีการใช้ ใช้ทาเช้าเย็นได้ตามปกติเลย สามรถใช้คู่กับครีมอื่นที่ใช้อยู่ได้ หรือถ้าวันไหนที่ผิวใช้งานหนักมาก ๆ ก็สามารถใช้ทาเป็น Sleeping Mask โบกหนา ๆ ทิ้งไว้ก่อนนอนได้ด้วยค่ะ


ลงบนผิวให้ดูชัด ๆ ก่อนและหลังใช้ มดเป็นคนที่ผสมค่อนไปทางมัน สิ่งที่มดรู้สึกได้ชัดเลยคือผิวชุ่มชื้นและนุ่มขึ้นมาก เนื้อเจลบางเบาไม่เหนียวเหนะหนะ ใครที่กลัวเรื่องความมันสำหรับครีมซองนี้ไม่ต้องกังวลเลย ผิวหน้าดูไบร์ทขึ้น ใช้ทาเช้าเย็น ทาตอนกลางคืนตื่นมาจะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าฟู ทำให้แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

Rose Whitening and Hydrating Gel หาซื้อได้ที่ไหน พิกัดพุ่งตัวไปที่ 7 Eleven ทุกสาขาได้เลย
ราคาซองละ 49 บาท


นี่คือหนึ่งไอเท็มที่เหมาะมาก ๆ กับคนที่มีผิวบอบบางแต่ต้องการหาผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาบำรุงผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายสิ่งที่สำคัญและละเลยไม่ได้คือการบำรุงผิว

ไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมดที่มดพูดแต่มดอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ไปลองกันด้วยตัวเอง แล้วมาเล่าสู่กันฟังว่าผลลัพธ์ที่ได้ของเราเหมือนกันไหม มดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนครั้งหน้ามดจะหยิบอะไรมารีวิวให้ชมกันอีกรอติดตามกันได้เลย บายยยย...